ไคเซโด้ คลอร์ฟีนาเพอร์ 10% W/V SC
ไคเซโด้ (Caiceido): นวัตกรรมพลังน็อคและแทรกซึม เพื่อการจัดการหนอนและศัตรูพืชที่กำจัดยาก
ในกระบวนการผลิตพืชผลทางการเกษตร การรับมือกับหนอนและแมลงศัตรูพืชที่เข้าทำลายอย่างรุนแรงต้องการสารกำจัดที่มีประสิทธิภาพสูงและออกฤทธิ์ได้เด็ดขาด "ไคเซโด้" สารกำจัดแมลงคุณภาพสูงในกลุ่มไพโรล (กลุ่ม 13) ที่มาพร้อมสารออกฤทธิ์ คลอร์ฟีนาเพอร์ (Chlorfenapyr) 10% W/V SC คือโซลูชันระดับมืออาชีพที่ได้รับการยอมรับในด้านการกำจัดแมลงที่เห็นผลรวดเร็วและต่อเนื่อง
1. กลไกการทำงานยับยั้งการสร้างพลังงาน (Energy Disruption)
ริกเกอร์ มีกลไกการออกฤทธิ์ที่เฉพาะเจาะจงและแตกต่างจากสารกำจัดแมลงทั่วไป:
- หยุดการสร้างพลังงานในระดับเซลล์: เมื่อแมลงได้รับสาร สารจะเข้าไปขัดขวางกระบวนการส่งผ่านอิเล็กตรอนในไมโตคอนเดรีย ทำให้แมลงไม่สามารถสร้างพลังงานเพื่อใช้ในการดำรงชีวิต ส่งผลให้แมลงหยุดการกัดกินพืชทันทีและตายในที่สุด
- กำจัดแบบ 2 ทาง: ออกฤทธิ์ทั้งแบบ สัมผัสตาย เมื่อละอองสารโดนตัวแมลง และจากการ กินตาย เมื่อแมลงกัดกินเนื้อเยื่อพืชที่ได้รับสาร
- พลังการแทรกซึมผ่านใบ (Translaminar Effect): ตัวยาสามารถซึมผ่านหน้าใบสู่หลังใบได้ดีเยี่ยม ช่วยจัดการแมลงและหนอนที่หลบซ่อนตัวอยู่ใต้ใบพืชได้อย่างทั่วถึง
2. ขอบเขตการควบคุมแมลงศัตรูพืชเป้าหมาย
ด้วยประสิทธิภาพของสารที่ออกฤทธิ์แรง ไคเซโด้ จึงจัดการศัตรูพืชได้หลากหลายกลุ่ม:
- กลุ่มหนอน: หนอนกระทู้ข้าวโพด, หนอนใยผัก, หนอนชอนใบ, หนอนกระทู้ผัก และหนอนกระทู้หอม
- กลุ่มเพลี้ยและไร: มีประสิทธิภาพดีเยี่ยมในการจัดการเพลี้ยไฟ และช่วยควบคุมประชากรไรแดง ไรขาว ได้ดีในหนึ่งเดียว
- แมลงหวี่ขาว: จัดการได้ทั้งในระยะตัวอ่อนและตัวเต็มวัย
3. จุดเด่นของนวัตกรรมสูตร SC (สูตรน้ำครีมเข้มข้น)
- ยาเย็นปลอดภัยต่อพืช: เป็นสูตรน้ำครีมที่ไม่มีส่วนผสมของตัวทำละลายรุนแรง จึงมีความอ่อนโยนต่อเนื้อเยื่อพืชสูง ไม่ก่อให้เกิดอาการใบไหม้หรือชะงักการเติบโต สามารถใช้ได้ในพืชหลากหลายชนิดและหลายช่วงการเจริญเติบโต
- การยึดเกาะและการดูดซึมไว: ตัวยากระจายตัวสม่ำเสมอ ยึดเกาะใบพืชได้ดี และถูกดูดซึมเข้าสู่เนื้อเยื่อใบพืชได้อย่างรวดเร็ว ลดการสูญเสียสารจากปัจจัยแวดล้อม
- ออกฤทธิ์เร็วและยาวนาน: ให้ผลการจัดการที่ชัดเจนภายในระยะเวลาอันสั้นและคงประสิทธิภาพการปกป้องพืชได้นานกว่าสารสัมผัสทั่วไป
4. อัตราการใช้และวิธีแนะนำ
- อัตราการใช้: 20-30 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร (ปรับตามความรุนแรงของการระบาดและชนิดของพืช)
- เทคนิคการพ่น: ฉีดพ่นให้ทั่วบริเวณใบพืชและส่วนที่แมลงอาศัยอยู่ แนะนำให้พ่นในช่วงเช้าหรือเย็นขณะที่แดดไม่จัด เพื่อรักษาประสิทธิภาพของตัวยาให้สูงสุด
5. ข้อควรระวังและการจัดการ
- สิ่งมีชีวิตในน้ำ: มีความเป็นพิษต่อปลาและสัตว์น้ำ ควรระวังไม่ให้ละอองสารตกหล่นลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ
- การจัดเก็บ: เก็บในบรรจุภัณฑ์เดิมที่ปิดสนิท ในที่แห้งและเย็น พ้นจากแสงแดดและความร้อน เพื่อรักษาคุณภาพของตัวยาให้สมบูรณ์