โรโค อะซอกซีสโตรบิน 25% W/V SC
โรโค (Roco): นวัตกรรมหยุดเชื้อราสูตรดูดซึม เพื่อความสมบูรณ์และเขียวสดของพืชพรรณ
ในวงการเกษตรกรรม การดูแลรักษาพืชให้ปราศจากการรบกวนของเชื้อราคือหัวใจสำคัญของการสร้างผลผลิตคุณภาพ "โรโค" สารกำจัดเชื้อราคุณภาพสูงในกลุ่มสโตรบิลูริน (กลุ่ม 11) ที่มาพร้อมสารออกฤทธิ์ อะซอกซีสโตรบิน (Azoxystrobin) 25% W/V SC คือหนึ่งในโซลูชันที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลด้านประสิทธิภาพการจัดการเชื้อราที่ครอบคลุมและอ่อนโยนต่อพืช
1. กลไกการทำงานแบบดูดซึมสมบูรณ์ (Systemic Action)
โรโค โดดเด่นด้วยระบบการทำงานเชิงรุกที่เข้าจัดการเชื้อราจากภายในเนื้อเยื่อพืช:
- การดูดซึมและเคลื่อนย้ายไว: ตัวยาสามารถซึมผ่านใบและเคลื่อนย้ายไปตามท่อน้ำเลี้ยงเพื่อปกป้องทุกส่วนของต้นพืช รวมถึงยอดที่งอกใหม่และด้านใต้ใบที่ฉีดพ่นไม่ถึง
- ยับยั้งการสร้างพลังงาน: สารออกฤทธิ์จะเข้าไปขัดขวางกระบวนการหายใจในระดับเซลล์ของเชื้อรา ทำให้เชื้อราขาดพลังงานในการเจริญเติบโต หยุดการขยายพันธุ์ทันที และตายลงในที่สุด
2. ขอบเขตการควบคุมเชื้อราสาเหตุโรคพืช
ด้วยประสิทธิภาพที่กว้างขวาง โรโค จึงจัดการปัญหาเชื้อราได้หลากหลายชนิดในพืชหลายประเภท:
- ในนาข้าว: จัดการโรคใบไหม้, โรคกาบใบแห้ง และโรคเมล็ดด่าง ช่วยให้เมล็ดข้าวใส สะอาด น้ำหนักดี
- ในไม้ผลและพืชผัก: จัดการโรคแอนแทรคโนส (เช่น ในพริก มะม่วง ทุเรียน), โรคใบจุด, โรคราแป้ง และโรคราสนิม
- ในพืชตระกูลแตง: จัดการโรคราน้ำค้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. จุดเด่นของนวัตกรรมสูตร SC (Suspension Concentrate)
- ยาเย็นปลอดภัยสูง: เป็นสูตรน้ำครีมเข้มข้นที่ไม่มีส่วนประกอบของน้ำมันรุนแรง จึงมีความอ่อนโยนต่อเนื้อเยื่อพืชสูงมาก ไม่ก่อให้เกิดอาการใบไหม้ ดอกร่วง หรือชะงักการเติบโต สามารถใช้ได้ทุกช่วงการเจริญเติบโต รวมถึงระยะดอกและผลอ่อน
- ผลลัพธ์ด้านสุขภาพพืช (Greening Effect): สารอะซอกซีสโตรบินมีคุณสมบัติพิเศษในการช่วยให้พืชปรุงอาหารได้ดีขึ้น ส่งผลให้ใบเขียวเข้มสดใส ต้นพืชดูแข็งแรง และช่วยยืดอายุการเก็บเกี่ยวผลผลิต
- ละลายง่ายและยึดเกาะดี: ตัวยากระจายตัวในน้ำได้สม่ำเสมอ ยึดเกาะใบพืชได้ดี และทนทานต่อการชะล้างของฝนปานกลาง
4. อัตราการใช้และวิธีแนะนำ
- อัตราการใช้: 10-20 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร (ปรับตามความรุนแรงของการระบาดและชนิดพืช)
- เทคนิคการพ่น: ฉีดพ่นให้ทั่วทั้งหน้าใบและหลังใบเมื่อพบอาการเริ่มแรกของโรค หรือในช่วงที่มีความชื้นสูงซึ่งเสี่ยงต่อการระบาด แนะนำให้พ่นในช่วงเช้าหรือเย็นขณะที่แดดไม่จัด
5. ข้อควรระวังและการจัดการ
- สัตว์น้ำ: มีความเป็นพิษต่อปลาและสัตว์น้ำ ควรระวังไม่ให้ละอองสารตกหล่นลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ
- การจัดเก็บ: เก็บในบรรจุภัณฑ์เดิมที่ปิดสนิท ในที่แห้งและเย็น พ้นจากแสงแดดและความร้อน