คลอโรทาโลนิล 50% W/V SC
คลอโรทาโลนิล (Chlorothalonil 50% W/V SC): เกราะคุ้มกันสัมผัสตาย มาตรฐานการจัดการเชื้อราเพื่อพืชผลสมบูรณ์
ในการดูแลรักษาพืชพรรณให้ปราศจากการเข้าทำลายของเชื้อรา สาร คลอโรทาโลนิล ในรูปแบบ 50% W/V SC (สูตรน้ำครีมเข้มข้น) จัดเป็นเครื่องมือพื้นฐานที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ด้วยคุณสมบัติการเป็นสารกำจัดเชื้อราประเภทสัมผัสตายที่มีประสิทธิภาพสูงและมีความคงตัวดีเยี่ยม
1. กลไกการทำงานแบบฟิล์มปกป้องผิวพืช
คลอโรทาโลนิล 50% W/V SC ออกฤทธิ์โดยการสร้างชั้นฟิล์มเคลือบอยู่บนผิวของส่วนต่าง ๆ ของพืช:
- หยุดยั้งการขยายพันธุ์: สารจะเข้าขัดขวางกระบวนการหายใจและระบบการทำงานของเซลล์เชื้อราทันทีที่สัมผัส ทำให้สปอร์เชื้อราไม่สามารถงอกหรือเจริญเติบโตลุกลามเข้าสู่เนื้อเยื่อพืชได้
- กลไกการทำลายหลายจุด (Multi-site Action): เข้าจัดการเชื้อราในหลายขั้นตอนพร้อมกัน ส่งผลให้การควบคุมโรคเป็นไปอย่างเบ็ดเสร็จและมีความแน่นอนสูง
2. ขอบเขตการควบคุมเชื้อราสาเหตุโรคพืช
ด้วยเนื้อสารที่เข้มข้นและอนุภาคขนาดเล็ก สารชนิดนี้จึงจัดการปัญหาเชื้อราได้กว้างขวางในพืชหลายชนิด:
- กลุ่มโรคใบจุดและใบไหม้: ในพืชผัก พริก ถั่ว และพืชไร่
- โรคแอนแทรคโนส: ในพริก มะม่วง และพืชสวนทั่วไป
- โรคราน้ำค้าง: ในพืชตระกูลแตงและองุ่น
- โรคราสนิมและราแป้ง: ในไม้ดอกและไม้ประดับ
3. จุดเด่นของนวัตกรรมสูตร SC (สูตรน้ำครีม)
- ยาเย็นปลอดภัยต่อพืช: เป็นสูตรน้ำครีมที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมันรุนแรง มีความอ่อนโยนต่อเนื้อเยื่อพืชสูง ไม่ก่อให้เกิดอาการใบไหม้หรือชะงักการเติบโต สามารถใช้ได้ทุกช่วงการเจริญเติบโต รวมถึงระยะดอกและผลอ่อน
- การยึดเกาะที่ยอดเยี่ยม: ถูกพัฒนาให้มีคุณสมบัติทนทานต่อการชะล้างของฝนและแสงแดดได้ดีกว่าสูตรผงทั่วไป ตัวยาเกาะติดผิวใบได้ยาวนาน ทำให้การดูแลพืชมีความต่อเนื่อง
- ละลายง่ายและไม่ตกตะกอน: ตัวยากระจายตัวในน้ำได้สม่ำเสมอ ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันของหัวฉีดพ่น
4. อัตราการใช้และวิธีแนะนำ
- อัตราการใช้: 20-30 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร (ปรับตามความรุนแรงของสถานการณ์และชนิดพืช)
- เทคนิคการพ่น: ควรฉีดพ่นให้ครอบคลุมทั้งหน้าใบและหลังใบให้ทั่วถึง แนะนำให้พ่นเมื่อสภาพอากาศมีความชื้นสูงซึ่งเอื้อต่อการเติบโตของเชื้อรา หรือพ่นเมื่อเริ่มพบอาการเริ่มแรกครั้งแรก
- การผสมสาร: สามารถใช้ร่วมกับสารกำจัดเชื้อราประเภทดูดซึม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลพืชทั้งจากภายในและภายนอกพร้อมกัน
5. ข้อควรระวังและการจัดการ
- สัตว์น้ำ: มีความเป็นพิษต่อปลาและสิ่งมีชีวิตในน้ำ ควรระวังไม่ให้ละอองสารตกหล่นลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ
- การจัดเก็บ: เก็บในที่ร่ม พ้นจากแสงแดดและความร้อน เพื่อรักษาประสิทธิภาพของตัวยาให้สมบูรณ์