ไลเฟ่น ไดฟีโนโคนาโซล 15% + โพรพิโคนาโซล 15% W/V EC

ไลเฟ่น ไดฟีโนโคนาโซล 15% + โพรพิโคนาโซล 15% W/V EC

1 ลิตร
490.00 ฿
ข้ามไปยังข้อมูลสินค้า
ไลเฟ่น ไดฟีโนโคนาโซล 15% + โพรพิโคนาโซล 15% W/V EC

ไลเฟ่น ไดฟีโนโคนาโซล 15% + โพรพิโคนาโซล 15% W/V EC

490.00 ฿
ขนาด

ไลเฟ่น (Lifane): พลังคู่กำจัดเชื้อราสูตรดูดซึม เพื่อเมล็ดข้าวสะอาดและพืชพรรณสมบูรณ์

การดูแลสุขภาพพืชให้ปราศจากเชื้อราเป็นกุญแจสำคัญของผลผลิตเกรดพรีเมียม "ไลเฟ่น" สารกำจัดเชื้อราคุณภาพสูงในกลุ่มไตรอาโซล (Triazoles) ที่รวมพลังสารออกฤทธิ์สองชนิดคือ ไดฟีโนโคนาโซล (Difenoconazole) 15% และ โพรพิโคนาโซล (Propiconazole) 15% W/V EC คือโซลูชันที่ถูกพัฒนามาเพื่อหยุดยั้งการระบาดของเชื้อราอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด

1. กลไกการทำงานแบบดูดซึมทวีคูณ (Systemic Dual Action)

ไลเฟ่น โดดเด่นด้วยการทำงานเชิงรุกที่เข้าจัดการเชื้อราจากภายในเนื้อเยื่อพืช:

  • การดูดซึมเร็วและเคลื่อนย้ายไว: สารจะถูกดูดซึมเข้าสู่ใบพืชอย่างรวดเร็วและเคลื่อนย้ายไปตามท่อน้ำเลี้ยงเพื่อกำจัดเชื้อราที่เข้าทำลายในส่วนต่าง ๆ รวมถึงส่วนที่งอกใหม่
  • ยับยั้งการสร้างผนังเซลล์: สารออกฤทธิ์จะเข้าไปขัดขวางกระบวนการสร้าง "เออร์โกสเตอรอล" (Ergosterol) ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของผนังเซลล์เชื้อรา ส่งผลให้เชื้อราหยุดการเจริญเติบโตทันทีและตายลงในที่สุด

2. ขอบเขตการควบคุมเชื้อราสาเหตุโรคพืช

ด้วยส่วนผสมที่ลงตัว ไลเฟ่น จึงจัดการปัญหาเชื้อราได้กว้างขวาง ทั้งในนาข้าวและไม้ผล:

  • ในนาข้าว: จัดการโรคเมล็ดด่าง, โรคใบไหม้, โรคกาบใบแห้ง และโรคใบขีดสีน้ำตาล ช่วยให้เมล็ดข้าวใส สะอาด น้ำหนักดี และสีเหลืองทอง
  • ในไม้ผลและพืชผัก: จัดการโรคใบจุด, โรคราสนิม, โรคแอนแทรคโนส และโรคราแป้ง
  • ในข้าวโพด: จัดการโรคใบไหม้แผลใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. จุดเด่นของนวัตกรรมสูตร EC (Emulsifiable Concentrate)

  • การแทรกซึมที่ยอดเยี่ยม: สูตรน้ำมันเข้มข้นช่วยให้ตัวยาเกาะติดและแทรกซึมผ่านชั้นขี้ผึ้งของใบพืชได้ดีเยี่ยม ลดความเสี่ยงจากการถูกน้ำฝนชะล้าง
  • ผลลัพธ์พืชเขียวต้นแข็งแรง: สารกลุ่มนี้มีผลพลอยได้ในการช่วยให้พืชคงความเขียวได้นานขึ้น เสริมสร้างความแข็งแรงของเนื้อเยื่อ ทำให้พืชทนทานต่อสภาวะแวดล้อมได้ดี

4. อัตราการใช้และวิธีแนะนำในปี 2026

  • อัตราการใช้: 15-20 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร (หรือปรับตามระยะการเจริญเติบโตของพืช)
  • เทคนิคการพ่นในนาข้าว: แนะนำให้ฉีดพ่น 2 ครั้ง ครั้งแรกในระยะข้าวตั้งท้อง (ระยะแพมพิ่ม) และครั้งที่สองในระยะข้าวออกรวงได้ประมาณ 5% เพื่อคุณภาพเมล็ดสูงสุด
  • ช่วงเวลาพ่น: ควรพ่นในช่วงเช้าหรือเย็นขณะที่ไม่มีแดดจัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมของปากใบพืช

5. ข้อควรระวังและการจัดการ

  • สิ่งมีชีวิตในน้ำ: มีความเป็นพิษต่อปลาและสัตว์น้ำสูง ควรระวังไม่ให้ละอองสารไหลลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ
  • การจัดเก็บ: เก็บในบรรจุภัณฑ์เดิมที่ปิดสนิท ในที่ร่มและเย็น พ้นจากแสงแดด

You may also like