ไดมะ ไฮเมกซาโซล 36% W/V SL
ไดมะ (Daima): นวัตกรรมหยุดเชื้อราทางดินสูตรดูดซึม เพื่อการปกป้องระบบรากและต้นกล้าอย่างสมบูรณ์
ในการเพาะปลูกความแข็งแรงของระบบรากคือหัวใจสำคัญของผลผลิตคุณภาพ "ไดมะ" สารกำจัดเชื้อราประสิทธิภาพสูงในกลุ่ม Isoxazoles ที่มาพร้อมสารออกฤทธิ์ ไฮเมกซาโซล (Hymexazol) 36% W/V SL คือโซลูชันที่ถูกพัฒนามาเพื่อจัดการปัญหาเชื้อราในดินโดยเฉพาะ ช่วยให้ต้นกล้าและพืชปลูกใหม่เจริญเติบโตได้อย่างมั่นคง
1. กลไกการทำงานแบบดูดซึมและกระตุ้นการเจริญเติบโต
ไดมะ มีคุณสมบัติโดดเด่นที่แตกต่างจากสารกำจัดเชื้อราทั่วไป ด้วยระบบการทำงานที่ครอบคลุม:
- การดูดซึมผ่านราก: พืชสามารถดูดซึมตัวยาเข้าสู่ระบบรากและเคลื่อนย้ายไปตามท่อน้ำเลี้ยงเพื่อกำจัดเชื้อราที่เข้าทำลายจากภายใน
- ขัดขวางการขยายพันธุ์: สารออกฤทธิ์จะเข้ายับยั้งการเจริญเติบโตของเส้นใยเชื้อราสาเหตุสำคัญในดิน ทำให้เชื้อราหยุดชะงักและตายในที่สุด
- กระตุ้นรากฝอย: มีคุณสมบัติพิเศษในการช่วยกระตุ้นการสร้างรากฝอยและขนราก (Root hairs) ทำให้พืชดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้น ต้นกล้าตั้งตัวเร็วและเติบโตอย่างต่อเนื่อง
2. ขอบเขตการควบคุมเชื้อราเป้าหมาย
ไดมะ จัดการปัญหาเชื้อราที่มากับดินและวัสดุปลูกได้อย่างดีเยี่ยม:
- โรคเน่าคอดิน (Damping-off): ในกระบะเพาะกล้าผัก ไม้ดอก และนาข้าวปาดำ
- โรครากเน่าโคนเน่า: ที่เกิดจากเชื้อรากลุ่มพีเธียม (Pythium) และฟิวซาเรียม (Fusarium) ในพืชไร่และไม้ผล
- โรคเหี่ยว: ในพืชตระกูลแตง พริก และมะเขือเทศ
3. จุดเด่นของนวัตกรรมสูตร SL (Soluble Liquid)
- ยาเย็นปลอดภัยสูง: สูตรสารละลายน้ำเข้มข้น มีความอ่อนโยนต่อเนื้อเยื่อรากและต้นกล้าที่บอบบาง ไม่ทำให้พืชชะงักการเติบโตหรือใบไหม้
- ละลายน้ำสมบูรณ์: ตัวยากระจายตัวในน้ำได้ดีเยี่ยม ไม่ตกตะกอน เหมาะสำหรับใช้ราดโคนต้น การแช่ท่อนพันธุ์ หรือใช้ในระบบน้ำหยด
- รักษาสมดุลในดิน: ออกฤทธิ์เฉพาะเจาะจงต่อเชื้อราสาเหตุโรคพืช โดยส่งผลกระทบต่อจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในดินน้อยมาก
4. อัตราการใช้และวิธีแนะนำในปี 2026
- การราดกระบะเพาะกล้า: ใช้อัตรา 20-30 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ราดให้ทั่ววัสดุปลูกก่อนหรือหลังเพาะเมล็ด
- การราดโคนต้นหลังย้ายปลูก: ใช้อัตรา 20-30 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร เพื่อจัดการเชื้อราในดินรอบบริเวณราก
- การแช่เมล็ดพันธุ์หรือท่อนพันธุ์: ช่วยลดการติดเชื้อจากภายนอกและเสริมความแข็งแรงตั้งแต่อยู่ในระยะพักตัว
5. ข้อควรระวังและการจัดการ
- การเก็บรักษา: เก็บในที่ร่ม พ้นจากแสงแดดและความชื้น เพื่อคงคุณภาพของตัวยาให้สูงสุด
- ความปลอดภัย: ควรสวมอุปกรณ์ป้องกันขณะปฏิบัติงาน และปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากอย่างเคร่งครัด