ดีโนซาน ไดโนทีฟูแรน 20% W/V SC
ดีโนซาน (Denosan): ปรากฏการณ์ใหม่แห่งการรวมพลังกำจัดแมลง น็อคเร็ว คุมนาน จบทุกปัญหาในหนึ่งเดียว
ในแวดวงการจัดการศัตรูพืชระดับมืออาชีพ "ดีโนซาน" คือนวัตกรรมสารกำจัดแมลงสูตรน้ำครีม (SC) ที่ถูกยกระดับประสิทธิภาพขึ้นไปอีกขั้นด้วยการผสานพลังของสารออกฤทธิ์สองกลุ่มที่มีกลไกต่างกันอย่าง ไดโนทีฟูแรน (Dinotefuran) 20% เสริมความแรงด้วยสารในกลุ่มไพโรลอย่าง คลอร์ฟีนาเพอร์ (Chlorfenapyr) เพื่อการจัดการแมลงแบบเบ็ดเสร็จทั้งแมลงปากดูดและแมลงปากกัด
1. กลไกการทำงานแบบทวีคูณ (Double Impact Action)
ดีโนซาน โดดเด่นด้วยการเข้าทำลายศัตรูพืชผ่านกลไกที่ส่งเสริมกันอย่างลงตัว:
- พลังดูดซึมและน็อคเร็ว (Systemic & Quick Knockdown): ส่วนประกอบของไดโนทีฟูแรนจะถูกดูดซึมเข้าสู่ท่อน้ำเลี้ยงพืชได้อย่างรวดเร็ว จัดการแมลงที่มากัดกินหรือดูดน้ำเลี้ยงให้หยุดทำลายพืชทันที
- พลังทำลายจากภายในเซลล์ (Energy Disruption): สารคลอร์ฟีนาเพอร์ที่ผสมลงไปจะทำหน้าที่ขัดขวางการสร้างพลังงานในระดับเซลล์ของแมลง ทำให้แมลงอ่อนแรงและตายลงอย่างรวดเร็ว โดยมีความสามารถในการซึมผ่านใบจากหน้าใบสู่หลังใบได้ดีเยี่ยม
2. ขอบเขตการควบคุมแมลงศัตรูพืชที่กว้างขวาง
ด้วยสูตรผสมพิเศษนี้ ดีโนซาน จึงสามารถจัดการศัตรูพืชได้ครอบคลุมและหลากหลายกลุ่มมากกว่าสารเดี่ยวทั่วไป:
- กลุ่มแมลงปากดูด: จัดการเพลี้ยไฟ, แมลงหวี่ขาว, เพลี้ยกระโดด, และเพลี้ยไก่แจ้ ได้อย่างเด็ดขาด
- กลุ่มหนอน: มีประสิทธิภาพสูงในการกำจัดหนอนกระทู้ข้าวโพด, หนอนใยผัก, หนอนชอนใบ และหนอนเจาะสมอฝ้าย
- กลุ่มไร: มีผลพลอยได้ในการช่วยควบคุมประชากรไรแดงและไรขาวในระยะเริ่มต้น
3. จุดเด่นของนวัตกรรมสูตร SC (สูตรน้ำครีมเข้มข้น)
- ยาเย็นปลอดภัยต่อพืช: แม้จะเป็นสูตรผสมที่ทรงพลัง แต่ถูกพัฒนามาในรูปแบบสูตรน้ำครีมที่ไม่มีส่วนผสมของตัวทำละลายรุนแรง จึงมีความอ่อนโยนต่อยอดอ่อน ใบอ่อน และช่อดอก ไม่ก่อให้เกิดอาการใบไหม้
- การยึดเกาะและการแทรกซึมที่ยอดเยี่ยม: ตัวยาสามารถเกาะติดผิวใบและแทรกซึมเข้าสู่เนื้อเยื่อพืชได้ดี ทนทานต่อการชะล้างของฝนปานกลาง ทำให้การคุ้มครองพืชยาวนานยิ่งขึ้น
- ละลายง่ายและกระจายตัวดี: ผสมน้ำได้ง่าย ไม่ตกตะกอน และไม่ก่อให้เกิดการอุดตันของหัวฉีดพ่น
4. อัตราการใช้และวิธีแนะนำ
- อัตราการใช้: 10-20 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร (ปรับตามความรุนแรงของการระบาดและชนิดของพืช)
- เทคนิคการพ่น: ฉีดพ่นให้เป็นละอองฝอยกระจายทั่วทั้งต้นพืช โดยเฉพาะยอดอ่อนและหลังใบ แนะนำให้พ่นในช่วงเช้าหรือเย็นขณะที่แดดไม่จัด เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของตัวยา
5. ข้อควรระวังและการจัดการ
- สิ่งมีชีวิตในน้ำ: มีความเป็นพิษต่อปลาและสัตว์น้ำ ควรระวังไม่ให้ละอองสารตกหล่นลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ
- แมลงผสมเกสร: เป็นอันตรายต่อผึ้ง ควรหลีกเลี่ยงการพ่นในช่วงที่ดอกบานและมีผึ้งออกหาอาหาร
- การจัดเก็บ: เก็บในที่ร่ม พ้นจากแสงแดดและความร้อน เพื่อรักษาคุณภาพของสารผสมให้สมบูรณ์